พื้นโรงงานอาหาร ยา โชว์รูม เลือกระบบพื้นไหน จากงานจริง 6 แห่ง

คำตอบสั้น ๆ: พื้นโรงงานอาหาร และพื้นโรงงานยาที่ต้องล้างด้วยน้ำร้อนและสารเคมีเป็นประจำ เหมาะกับระบบ PU Concrete ส่วนโรงงานทั่วไปและโชว์รูมที่ต้องการผิวเรียบสม่ำเสมอเลือก Epoxy Self-Leveling และโรงงานหรือโกดังที่เน้นลดฝุ่นจากพื้นปูนในงบที่จำกัดใช้ Epoxy Coating บทความนี้เทียบให้ดูจากงานจริง 6 แห่งที่ทีมช่าง DMH Groups ติดตั้งเอง
เวลาเจ้าของโรงงานถามว่า “พื้นโรงงานของผมควรใช้ระบบไหน” คำตอบมักไม่ได้อยู่ที่ชื่อระบบ แต่อยู่ที่ โรงงานนั้นทำอะไร ล้างพื้นบ่อยแค่ไหน และพื้นต้องเจออะไรทุกวัน โรงงานอาหารที่ฉีดน้ำร้อนล้างพื้นทุกกะ กับโชว์รูมรถที่ต้องการผิวเงาเรียบ ใช้ระบบเดียวกันไม่ได้
หน้านี้จึงไม่ได้เรียงตามชื่อวัสดุ แต่เรียงตาม ประเภทกิจการ แล้วยกงานที่ DMH Groups ทำจริง 6 แห่งมาให้ดูว่าแต่ละแบบเลือกอะไรและเพราะอะไร ทุกเคสมีสถานที่ พื้นที่จริงเป็นตารางเมตร และรูปหน้างานเปิดดูได้ ไม่ใช่ตัวอย่างสมมติ
พื้นโรงงานอาหาร และโรงงานยา ควรใช้ระบบไหน
กลุ่มนี้คือกลุ่มที่เงื่อนไขหนักที่สุด เพราะพื้นต้องเจอ น้ำร้อน สารเคมีทำความสะอาด กรด-ด่างจากวัตถุดิบ และการเปลี่ยนอุณหภูมิเฉียบพลัน พร้อมกัน อีกทั้งยังต้องล้างได้จริงและไม่มีร่องให้เศษอาหารสะสม ระบบที่ตอบโจทย์กลุ่มนี้คือ PU Concrete (โพลียูรีเทนผสมซีเมนต์ บางครั้งเรียก PU Cement)
งานจริงที่ 1 — โรงงานต้นแบบสารสกัดและผลิตภัณฑ์สมุนไพร มหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก
งานนี้เป็นรหัสโครงการ DMH012 ใช้ระบบ Polyurethane Concrete (PU Cement) เกรด MF หนา 4 มม. พื้นที่ 900 ตารางเมตร เป็นโรงงานผลิตยาและสารสกัดสมุนไพร ซึ่งมีทั้งงานล้างพื้น งานที่ใช้ความร้อน และการสัมผัสสารเคมีในกระบวนการผลิต จุดที่ทำให้เลือกระบบนี้คือความทนแรงกระแทก ทนสารเคมีกรด-ด่าง และทนการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิแบบเฉียบพลัน โดยได้ผิวไร้รอยต่อที่ทำความสะอาดได้ทั้งผืน
ดูรูปหน้างานและรายละเอียดงาน PU Concrete ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร
งานจริงที่ 2 — โรงงานอาหารมาตรฐาน GMP และ HACCP จ.ร้อยเอ็ด
อีกงานหนึ่งในกลุ่มเดียวกันคือโรงงานอาหารที่ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งต้องทำพื้นให้สอดคล้องกับ มาตรฐาน GMP และ HACCP จึงใช้ระบบ PU Concrete เช่นกัน เหตุผลตรงไปตรงมา คือระบบนี้ทนการล้างด้วยน้ำร้อนและสารเคมีจากอาหารได้ดี และปรับความหยาบของผิวเพื่อลดการลื่นได้ตามลักษณะการใช้งานแต่ละโซน ซึ่งสำคัญมากในพื้นที่เปียกอย่างห้องล้างและไลน์ผลิต
ดูงาน PU Concrete โรงงานอาหารมาตรฐาน GMP HACCP ร้อยเอ็ด
รายละเอียดข้อกำหนดด้านสุขลักษณะของสถานที่ผลิตอาหาร ดูได้จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
โรงงานทั่วไปและโชว์รูม ที่อยากได้ผิวเรียบสม่ำเสมอ ควรใช้ระบบไหน
ถ้าโจทย์ไม่ใช่การล้างพื้นด้วยน้ำร้อนทุกวัน แต่เป็น พื้นเดิมไม่เรียบ มีรอยแตก หรือดูเก่า และเจ้าของอยากได้ผิวที่เรียบเป็นผืนเดียว ระบบที่ตอบโจทย์คือ Epoxy Self-Leveling ซึ่งไหลตัวและปรับระดับตัวเองได้ จึงกลบความไม่เรียบของพื้นเดิมและให้ผิวที่สะท้อนแสงสม่ำเสมอ
งานจริงที่ 3 — โรงงานมี่แฟคตอรี่ บางบัวทอง จ.นนทบุรี
งานนี้เป็นอาคารประเภทโรงงานอุตสาหกรรม ใช้ Epoxy Self-Leveling พื้นที่ 155 ตารางเมตร เป็นตัวอย่างของงานขนาดกลางที่โจทย์หลักคือเปลี่ยนพื้นเก่าที่ไม่เรียบให้กลับมาใช้งานได้เหมือนใหม่ ไม่ได้ต้องการความทนสารเคมีระดับโรงงานอาหาร
ดูงาน Epoxy Self-Leveling โรงงานมี่แฟคตอรี่ บางบัวทอง
งานจริงที่ 4 — โชว์รูมรถยนต์ พุทธมณฑลสาย 3 กรุงเทพมหานคร
โชว์รูมรถเป็นอีกกลุ่มที่เลือกระบบเดียวกันแต่ด้วยเหตุผลต่างกัน คือเน้น ความสวยของผิวและความสม่ำเสมอของแสงที่ตกกระทบ เพราะเป็นพื้นที่ที่ลูกค้าเดินดูสินค้า งานนี้ใช้ Epoxy Self-Leveling พื้นที่ 710 ตารางเมตร ซึ่งเป็นสเกลที่ใหญ่กว่าเคสที่ 3 ราว 4.5 เท่า แต่ใช้ระบบเดียวกัน
ดูงาน Epoxy Self-Leveling โชว์รูมรถ พุทธมณฑลสาย 3
โรงงานและโกดังที่เน้นลดฝุ่นจากพื้นปูน ควรใช้ระบบไหน
อีกกลุ่มที่เจอบ่อยคือโรงงานหรือโกดังที่พื้นเดิมยังใช้งานได้ แต่ เป็นฝุ่นจากผิวปูน ทำความสะอาดยาก และอยากได้ผิวปิดที่ดูแลง่ายขึ้น โดยไม่ได้ต้องการความหนามาก กลุ่มนี้เหมาะกับ Epoxy Coating ซึ่งเป็นการเคลือบผิวแบบกลิ้งหรือทา ให้ฟิล์มบางที่ปิดผิวปูน
งานจริงที่ 5 — โรงงานอุตสาหกรรม อำเภอปราสาท จ.สุรินทร์
งานนี้เป็นงานขนาดใหญ่ที่สุดในหกเคส ใช้ Epoxy Coating พื้นที่ 1,040 ตารางเมตร พร้อมงานบัวโค้ง 468 เมตร ตัวเลขบัวโค้งที่ยาวขนาดนี้สะท้อนว่างานไม่ได้จบแค่พื้น แต่รวมการเก็บรอยต่อระหว่างพื้นกับผนังด้วย
ดูงาน Epoxy Coating พร้อมบัวโค้ง 468 เมตร ที่สุรินทร์
งานจริงที่ 6 — โรงงานกำจัดขยะ นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ จ.สงขลา
เคสสุดท้ายเป็นโรงงานกำจัดขยะในนิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ ใช้ Epoxy Coating พื้นที่ 390 ตารางเมตร เป็นตัวอย่างว่าโรงงานที่สภาพแวดล้อมไม่ได้สะอาดแบบโรงงานอาหาร ก็ยังเลือกระบบเคลือบผิวบางได้ ถ้าโจทย์หลักคือปิดผิวปูนและทำความสะอาดง่ายขึ้น
ดูงาน Epoxy Coating โรงงานกำจัดขยะ นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้
เทียบงานจริงทั้ง 6 แห่งในตารางเดียว
| ประเภทกิจการ | สถานที่ | ระบบพื้นที่ใช้ | พื้นที่ | โจทย์หลักของงาน |
|---|---|---|---|---|
| โรงงานผลิตยาและสารสกัดสมุนไพร | ม.นเรศวร จ.พิษณุโลก | PU Concrete (PU Cement) MF 4 มม. | 900 ตร.ม. | ทนสารเคมี ทนความร้อน ผิวไร้รอยต่อ |
| โรงงานอาหาร GMP / HACCP | จ.ร้อยเอ็ด | PU Concrete | ไม่ระบุ | ล้างน้ำร้อนได้ ปรับผิวกันลื่น |
| โรงงานอุตสาหกรรม | บางบัวทอง จ.นนทบุรี | Epoxy Self-Leveling | 155 ตร.ม. | พื้นเก่าไม่เรียบ ต้องการผิวเรียบ |
| โชว์รูมรถยนต์ | พุทธมณฑลสาย 3 กรุงเทพฯ | Epoxy Self-Leveling | 710 ตร.ม. | ผิวสวยสม่ำเสมอ พื้นที่ลูกค้าเดิน |
| โรงงานอุตสาหกรรม | อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ | Epoxy Coating | 1,040 ตร.ม. + บัวโค้ง 468 ม. | ปิดผิวปูน เก็บรอยต่อพื้น-ผนัง |
| โรงงานกำจัดขยะ | นิคมฯ ภาคใต้ จ.สงขลา | Epoxy Coating | 390 ตร.ม. | ลดฝุ่นจากพื้นปูน ล้างง่ายขึ้น |
สิ่งที่เห็นชัดจากตารางนี้คือ ขนาดพื้นที่ไม่ใช่ตัวตัดสินระบบ งาน 155 ตารางเมตรกับงาน 710 ตารางเมตรใช้ระบบเดียวกัน ขณะที่งาน 900 ตารางเมตรกับ 1,040 ตารางเมตรใช้คนละระบบ ตัวที่ตัดสินคือสิ่งที่พื้นต้องเจอในแต่ละวัน
บัวโค้งคืออะไร และจำเป็นกับโรงงานแบบไหน
บัวโค้ง (cove base) คือการทำรอยต่อระหว่างพื้นกับผนังให้เป็นส่วนโค้งแทนมุมฉาก เพื่อไม่ให้มีมุมอับที่เศษวัสดุและน้ำสะสม และทำให้กวาดหรือฉีดล้างได้ต่อเนื่องจากพื้นขึ้นผนัง
ในงานที่ อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ มีงานบัวโค้งถึง 468 เมตร บนพื้นที่ 1,040 ตารางเมตร ซึ่งเป็นสัดส่วนที่สูง สะท้อนว่าอาคารมีผนังแบ่งโซนเยอะ ไม่ใช่โถงโล่งผืนเดียว ตอนประเมินราคางานพื้น ความยาวบัวโค้งจึงเป็นอีกตัวแปรที่ต้องวัดจากหน้างานจริง ไม่ใช่คิดจากตารางเมตรอย่างเดียว
โรงงานที่ควรทำบัวโค้งคือกลุ่มที่ล้างพื้นด้วยน้ำเป็นประจำ โดยเฉพาะ โรงงานอาหาร โรงงานยา ห้องเย็น และครัวกลาง ส่วนโกดังแห้งที่ใช้กวาดอย่างเดียว มักไม่จำเป็น
ถ้าโรงงานของคุณไม่ตรงกับ 6 เคสนี้ ดูจากอะไร
หกเคสข้างบนครอบคลุมกลุ่มที่เจอบ่อย แต่ไม่ได้ครอบคลุมทุกแบบ ถ้าโรงงานของคุณไม่ตรงกับเคสไหนเลย ให้ไล่ตอบ 5 ข้อนี้ก่อนคุยกับผู้รับเหมา เพราะเป็นข้อมูลชุดเดียวกับที่ทีมช่างใช้เลือกระบบ
- พื้นเจอน้ำมากแค่ไหน และล้างบ่อยแค่ไหน ล้างด้วยน้ำร้อนหรือน้ำเย็น กี่ครั้งต่อวัน
- เจอสารเคมีอะไรบ้าง กรด ด่าง น้ำมัน ตัวทำละลาย หรือสารทำความสะอาดชนิดไหน
- รับน้ำหนักอะไร รถโฟล์คลิฟท์ ล้อเหล็ก หรือเดินเท้าอย่างเดียว
- ความชื้นของพื้นเดิม เป็นพื้นชั้นล่างติดดินหรือไม่ เคยมีอาการสีพองหลุดล่อนมาก่อนหรือเปล่า
- หยุดสายการผลิตได้กี่วัน เพราะแต่ละระบบใช้เวลาบ่มต่างกัน
ข้อ 4 เป็นข้อที่คนมองข้ามบ่อยที่สุด และเป็นต้นเหตุของอาการ สีบวม สีพอง สีลอกร่อน ที่ต้องกลับมาทำซ้ำ ถ้าพื้นเดิมมีความชื้นดันขึ้นมา การเลือกระบบที่แพงขึ้นไม่ได้ช่วย ถ้าไม่ได้แก้ที่ชั้นกันความชื้นก่อน
อ่านเจาะลึกต่อ
- พื้นโรงงานอุตสาหกรรม เลือกระบบไหนดี — เทียบ Epoxy vs PU vs PU Concrete ทั้งระบบ
- พื้น Epoxy กับ PU และพื้นขัดเงา ต่างกันอย่างไร
- What is Epoxy Self-Leveling flooring, and how does it differ from roller-applied epoxy?
- พื้น ESD กันไฟฟ้าสถิต สำหรับโรงงานอิเล็กทรอนิกส์
- Epoxy Flooring Price per Square Metre: What It Depends On
ถ้าอยากให้ทีมช่างดูหน้างานจริงก่อนเลือกระบบ ทัก LINE หรือโทรเข้ามาได้เลย เราประเมินหน้างานให้ฟรีทั่วประเทศ และจะบอกตรง ๆ ถ้าหน้างานของคุณยังไม่ควรลงระบบพื้นในตอนนี้
อยากดูผลงานมากกว่า 6 เคสนี้ ดูที่ไหน
หกเคสในหน้านี้ถูกเลือกมาให้ครบทั้งสามระบบและหลายประเภทกิจการ แต่งานพื้นโรงงานที่ DMH Groups ทำมีมากกว่านั้น และทุกงานถูกเก็บไว้พร้อมรูปหน้างาน พื้นที่จริง และสถานที่
- ผลงานพื้นโรงงานอุตสาหกรรมทั้งหมด — รวมทุกระบบทั่วประเทศ
- ผลงานพื้น PU Concrete โรงงานอาหารและห้องเย็น — กลุ่มที่ล้างพื้นด้วยน้ำร้อนเป็นประจำ
- ผลงานพื้น Epoxy Coating โรงงาน โกดัง คลังสินค้า — กลุ่มที่เน้นปิดผิวปูนและลดฝุ่น
- บริการทั้งหมดของ DMH Groups — พื้นโรงงาน สนามกีฬา และงานกันซึม
วิธีใช้ให้ได้ประโยชน์ที่สุดคือหาเคสที่ ประเภทกิจการใกล้เคียงกับของคุณ แล้วดูว่าเขาเลือกระบบอะไรและพื้นที่เท่าไหร่ จากนั้นค่อยเอาโจทย์ของตัวเองมาคุยกับทีมช่าง จะได้คำตอบเร็วกว่าเริ่มจากถามราคาต่อตารางเมตร
คำถามที่พบบ่อยเรื่องพื้นโรงงานแต่ละประเภทกิจการ
พื้นโรงงานอาหาร ต้องใช้ PU Concrete เสมอไหม
ไม่เสมอไป ขึ้นกับว่าโซนนั้นเปียกและล้างด้วยน้ำร้อนหรือไม่ โซนไลน์ผลิตและห้องล้างที่เจอน้ำร้อนกับสารเคมีเป็นประจำเหมาะกับ PU Concrete ส่วนโซนแห้งอย่างคลังบรรจุภัณฑ์หรือทางเดินสำนักงาน ใช้ระบบอีพ็อกซี่ได้ตามการใช้งานจริง
โชว์รูมรถกับโรงงานทั่วไป ใช้ระบบเดียวกันได้จริงหรือ
ได้ และงานจริงสองเคสในบทความนี้ก็ใช้ Epoxy Self-Leveling เหมือนกันทั้งคู่ ต่างกันที่สเปกผิวหน้าและการเตรียมพื้น โชว์รูมเน้นความเรียบและความสม่ำเสมอของผิว ส่วนโรงงานเน้นความทนทานต่อการใช้งานหนักกว่า
พื้นที่เท่าไหร่ถึงจะคุ้มที่จะทำทั้งระบบ
ไม่มีขนาดขั้นต่ำตายตัว งานจริงที่เล็กที่สุดในหกเคสนี้คือ 155 ตารางเมตร และใหญ่ที่สุดคือ 1,040 ตารางเมตร สิ่งที่ทำให้ต้นทุนต่อตารางเมตรต่างกันมากกว่าคือสภาพพื้นเดิมและงานเตรียมพื้น ไม่ใช่ขนาดเพียงอย่างเดียว
ต้องหยุดใช้งานพื้นที่กี่วัน
ขึ้นกับระบบและสภาพหน้างาน ระบบเคลือบผิวบางอย่าง Epoxy Coating ใช้เวลาน้อยกว่าระบบที่ต้องเทปรับระดับ และงานที่ต้องซ่อมพื้นเดิมหรือรอพื้นแห้งจะใช้เวลาเพิ่ม ทีมช่างจะแจ้งกรอบเวลาหลังดูหน้างานจริงแล้วเท่านั้น
พื้นเดิมแตกร้าวและเป็นฝุ่น ต้องรื้อออกก่อนไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต้องรื้อทั้งผืน งานจริงหลายเคสเป็นการทำทับพื้นเดิมหลังซ่อมรอยแตกและเตรียมผิวแล้ว แต่ถ้าพื้นเดิมมีความชื้นดันขึ้นมาหรือโครงสร้างทรุด ต้องแก้ต้นเหตุก่อน ไม่อย่างนั้นระบบใหม่จะเสียหายซ้ำ
ทำไมต้องวัดความยาวบัวโค้งด้วย
เพราะบัวโค้งคิดเป็นเมตร ไม่ได้รวมอยู่ในค่าพื้นต่อตารางเมตร งานที่สุรินทร์มีบัวโค้ง 468 เมตรบนพื้นที่ 1,040 ตารางเมตร ถ้าประเมินจากตารางเมตรอย่างเดียวจะตกงานส่วนนี้ไปทั้งก้อน
