ทาสีสนามกีฬาด้วยระบบ PU Hardcourt Sport Coating

หน้าหลัก / บริการ / PU Hardcourt Sport Coating พียู พื้นสนามกีฬา
หมวด : สนามกีฬาระบบ : PU Hardcourtกลางแจ้ง / ในร่ม

PU Hardcourt Sport Coating พียู พื้นสนามกีฬา

ระบบเคลือบพื้นสนามกีฬา Polyurethane (PU) แข็งแรง ยืดหยุ่น ทนทานกว่า Acrylic เหมาะกับเทนนิส บาสเกตบอล แบดมินตัน ฟุตซอล และสนามอเนกประสงค์

  • แข็งแรง ทนการใช้งานหนัก
  • ลูกกระดอนสม่ำเสมอ แม่นยำ
  • ทนแดดจัด ไม่ซีด ไม่แตก
  • กันลื่น ยึดเกาะดีทั้งเปียกและแห้ง

PU Hardcourt Sport Coating คืออะไร?

PU Hardcourt Sport Coating คือ ระบบเคลือบพื้นสนามกีฬาด้วยวัสดุ Polyurethane (PU) ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับสนามกีฬา ให้พื้นผิวที่แข็งแรง เรียบเนียน ยืดหยุ่น และทนทานกว่าระบบ Acrylic ทั่วไป เหมาะกับกีฬาที่ต้องการการเคลื่อนไหวเร็วและแม่นยำ

วัสดุ Polyurethane มีคุณสมบัติที่เหนือกว่าสีสนามทั่วไปในหลายด้าน ทั้งความยืดหยุ่น ความทนทานต่อแสง UV ความทนแรงกระแทก และอายุการใช้งาน ทำให้ระบบนี้กลายเป็น มาตรฐานพื้นสนามกีฬากลางแจ้งในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะสนามเทนนิส ATP/WTA และสนามบาสเกตบอล FIBA

DMH Groups ให้บริการติดตั้งพื้นสนามกีฬา PU ทั้งในร่มและกลางแจ้ง รองรับทุกประเภทกีฬา ด้วยความหนาตั้งแต่ 2–10 มิลลิเมตร ขึ้นอยู่กับประเภทการใช้งานและงบประมาณ

PU Hardcourt ต่างจาก Acrylic Hardcourt อย่างไร?

คำถามที่พบบ่อยที่สุดคือ PU กับ Acrylic ต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหน คำตอบขึ้นอยู่กับการใช้งาน งบประมาณ และระดับความทนทานที่ต้องการ:

รายการPU HardcourtAcrylic Hardcourt
ความยืดหยุ่นสูงปานกลาง
ทนต่อแสง UVดีมากดี
อายุการใช้งาน7–12 ปี5–8 ปี
ความลื่นไหล (Ball Bounce)สม่ำเสมอมากสม่ำเสมอ
ทนการใช้งานหนักสูงมากดี
ราคาสูงกว่า ฿฿฿ประหยัดกว่า ฿฿
เหมาะกับสนามแข่งขัน ใช้งานหนักต่อเนื่องสนามฝึกซ้อม โรงเรียน ชุมชน

สรุป: หากต้องการ คุณภาพสูงสุด อายุการใช้งานยาวนาน และรองรับการใช้งานหนัก → เลือก PU Hardcourt หากงบประมาณจำกัดและเป็นสนามฝึกซ้อมทั่วไป → Acrylic ก็เพียงพอ

คุณสมบัติเด่นของระบบ PU Hardcourt Sport Coating

แข็งแรง ทนการใช้งานหนัก

Polyurethane มีความทนทานต่อแรงกระแทก การเสียดสี และการวิ่งซ้ำๆ สูงกว่าสีอะคริลิกทั่วไปหลายเท่า เหมาะกับสนามที่ใช้งานทุกวันและมีผู้ใช้จำนวนมาก

ลูกกระดอนสม่ำเสมอ แม่นยำ

พื้นผิวเรียบสม่ำเสมอทุกจุด ทำให้ลูกบอลกระดอนถูกต้องและคาดเดาได้ เหมาะกับการแข่งขันระดับสโมสรและการฝึกซ้อมที่ต้องการความแม่นยำ

ทนแดดจัด ไม่ซีด ไม่แตก

สูตร PU ที่มีสาร UV Stabilizer ป้องกันการซีดจางและแตกร้าวจากแสงแดดได้ยาวนาน สีสดใสคงทนตลอดอายุการใช้งาน 7–12 ปี

กันลื่น ยึดเกาะดีทั้งเปียกและแห้ง

ผิวสัมผัสที่ผสมสารเพิ่มความฝืด ให้แรงเสียดทานที่เหมาะสมทั้งในสภาพแห้งและเปียก ช่วยให้นักกีฬาเปลี่ยนทิศ หยุด และออกตัวได้อย่างมั่นคง

ลดแรงกระแทก ป้องกันบาดเจ็บ

ความยืดหยุ่นของ PU ช่วยดูดซับแรงกระแทกจากการวิ่งและกระโดด ลดความเครียดสะสมที่ข้อเข่า ข้อเท้า และกระดูกหน้าแข้ง เหมาะกับนักกีฬาทุกระดับ

เลือกสีได้หลากหลาย ทำโลโก้ได้

มีสีให้เลือกครบทุกเฉด ทั้งสีพื้นสนามมาตรฐานและสีพิเศษตามความต้องการ สามารถพ่นโลโก้หรือลวดลายเพิ่มเติมได้บนพื้น PU ที่แห้งสนิทแล้ว

ระบบ PU Hardcourt ที่ DMH Groups ให้บริการ

ระบบ PU สนามกีฬามีหลายรูปแบบ แต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานและงบประมาณที่ต่างกัน DMH Groups ให้บริการครบทุกระบบ:

1. ระบบ PU มาตรฐาน (Standard PU System)

โครงสร้างพื้นฐานของระบบ PU Hardcourt ประกอบด้วย Primer + ชั้น PU ยืดหยุ่น + ชั้นเคลือบผิวหน้า ความหนา 2–5 มม. ให้ผลลัพธ์ดีในแง่ความทนทานและราคา เหมาะสำหรับสนามโรงเรียนและมหาวิทยาลัยทั่วไป

ความหนา 2–5 มม. | อายุการใช้งาน 7–10 ปี | ราคาสมเหตุสมผล | เหมาะโรงเรียน มหาวิทยาลัย

2. ระบบ Silicone-PU (Si-PU)

ผสมซิลิโคนเข้าในสูตร PU ทำให้ได้คุณสมบัติที่ดีขึ้นในแง่ความยืดหยุ่น การกันลื่น และความทนทานต่อสภาพอากาศสุดขีด ยังคงผิวสัมผัสที่นุ่มกว่า Standard PU เล็กน้อย เหมาะกับสนามแข่งขันระดับสโมสรและระดับภูมิภาค

ความหนา 4–8 มม. | อายุการใช้งาน 8–12 ปี | กันลื่นดีกว่า Standard | เหมาะสนามแข่งขัน

3. ระบบหลายชั้น (Multi-Layer PU System)

ระบบที่ซับซ้อนที่สุด มีทั้งชั้นโฟม/ยางรอง ชั้น PU Seal ชั้น PU เคลือบ และสีทับหน้า ให้ทั้งการดูดซับแรงกระแทก ความยืดหยุ่น และผิวสัมผัสที่สม่ำเสมอสูงสุด เหมาะสำหรับสนามระดับนานาชาติและสนามในร่มที่ต้องการมาตรฐานสูง

ความหนา 6–10 มม. | อายุการใช้งาน 10–15 ปี | มาตรฐานสูงสุด | เหมาะสนามระดับชาติ/นานาชาติ

ประเภทสนามกีฬาที่เหมาะกับ PU Hardcourt

สนามเทนนิส

PU Hardcourt เป็นที่นิยมอย่างมากในสนามเทนนิสมาตรฐาน ATP/WTA ทั้งกลางแจ้งและในร่ม ให้ความเร็วของลูกในระดับ Medium-Fast ซึ่งเป็นที่ต้องการในสนามแข่งขัน ผิวสัมผัสคงทนในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยได้ดีกว่า Acrylic

สนามบาสเกตบอล

สนามบาสเกตบอลกลางแจ้งที่ใช้งานหนักเป็นพิเศษ เช่น สนามกลางแจ้งในชุมชน มหาวิทยาลัย หรือสโมสร PU ทนการวิ่ง กระโดด ลงน้ำหนักหนักซ้ำๆ ได้ดีกว่าและนานกว่าพื้นสนามชนิดอื่น

สนามแบดมินตัน (ในร่ม)

ระบบ PU Multi-Layer เหมาะอย่างยิ่งสำหรับสนามแบดมินตันในร่ม ให้พื้นผิวที่ไม่เร็วหรือลื่นเกินไป นักกีฬาสามารถเคลื่อนไหวหยุดกะทันหันได้อย่างปลอดภัย พื้นทนต่อการขัดสีจากรองเท้า Indoor ได้ดี

สนามฟุตซอล

PU ให้ผิวสัมผัสที่ลูกฟุตซอลกลิ้งสม่ำเสมอและไม่กระดอนแรงเกินไป เหมาะทั้งสนามในร่มและกลางแจ้ง ทนต่อรองเท้าฟุตซอลที่มีแรงเสียดทานสูงได้ดี

สนามอเนกประสงค์

สนามที่ต้องรองรับหลายกิจกรรม ทั้งกีฬาและกิจกรรมอื่นๆ เช่น สนามโรงเรียน ลานกีฬาชุมชน หรือศูนย์กีฬาเอกชน PU Hardcourt ทนต่อการใช้งานที่หลากหลาย ทำความสะอาดง่าย และไม่เกิดคราบสกปรกฝังแน่น

โครงสร้างระบบพื้น PU Hardcourt (Layer by Layer)

ระบบ PU Hardcourt ที่ได้มาตรฐานประกอบด้วยหลายชั้น แต่ละชั้นมีหน้าที่เฉพาะที่ต้องทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์:

Primer / Sealer — ชั้นรองพื้น

ซึมเข้าพื้นคอนกรีตหรือยางมะตอย ปิดรูพรุน เพิ่มการยึดเกาะระหว่างพื้นรองรับกับชั้น PU ถัดไป ป้องกันการพองและหลุดลอกในระยะยาว

PU Leveling Layer — ชั้นปรับระดับ

ชั้น PU ความหนืดสูง เติมรอยเว้าหรือรอยต่อในพื้นรองรับ ให้พื้นผิวเรียบสม่ำเสมอก่อนลงชั้นหลัก สำคัญมากสำหรับสนามที่ต้องการความแม่นยำในการกระดอนของลูก

PU Elastic Base — ชั้นยืดหยุ่นหลัก

ชั้น PU หลักที่กำหนดความยืดหยุ่นและการดูดซับแรงกระแทกของสนาม ทาหนาตามความต้องการ (2–8 มม.) เป็นหัวใจสำคัญของระบบ PU Hardcourt

PU Texture Coat — ชั้นผิวสัมผัสและกันลื่น

ผสมสารเพิ่มความฝืด (Anti-Slip Aggregate) ให้พื้นผิวที่กันลื่น ยึดเกาะรองเท้าได้ดีในทุกสภาพ ปรับระดับความฝืดได้ตามประเภทกีฬา

Color Coat + Line Marking — สีและเส้นสนาม

ทาสีพื้นสนามตามมาตรฐาน เคลือบด้วย UV Topcoat กันสีซีด แล้วตีเส้นสนามอย่างแม่นยำตามมาตรฐานกีฬาแต่ละประเภท

ขั้นตอนการติดตั้งพื้นสนาม PU Hardcourt

การติดตั้งระบบ PU ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ เพราะแต่ละชั้นต้องรอแห้งและบ่มให้ถูกต้องก่อนลงชั้นถัดไป ทีม DMH Groups มีขั้นตอนที่ชัดเจนดังนี้:

  1. สำรวจและเตรียมพื้นผิวตรวจสอบสภาพพื้นคอนกรีตหรือยางมะตอย วัดความชื้น ตรวจสอบรอยแตกร้าว ขัดพื้นด้วยเครื่อง Shot Blasting หรือ Grinder กำจัดคราบน้ำมัน ฝุ่น และสิ่งสกปรก
  2. ซ่อมแซมและปรับระดับซ่อมรอยแตกร้าวด้วย PU Crack Filler ปรับระดับพื้นที่ไม่ได้ระดับด้วย PU Leveling Compound รอให้แห้งสนิท พื้นที่ได้ระดับดีจะให้ผลลัพธ์คุณภาพดีที่สุด
  3. ทา Primer และ Sealerทา PU Primer ให้ทั่วพื้นที่ รอให้แห้ง 4–8 ชั่วโมง จากนั้นทา Sealer อีกชั้นเพื่อปิดรูพรุนทั้งหมด ขั้นนี้กำหนดความทนทานของทั้งระบบในระยะยาว
  4. ลงชั้น PU Elasticทาชั้น PU ยืดหยุ่นตามความหนาที่กำหนด (2–8 มม.) อาจทาหลายรอบขึ้นอยู่กับความหนาที่ต้องการ รอแห้งระหว่างรอบ สภาพอากาศส่งผลต่อเวลาแห้ง
  5. ลงชั้น Texture Coat และสีทา PU Texture Coat ผสมสารกันลื่น จากนั้นทาสีพื้นสนาม 2 ชั้น เคลือบด้วย UV Topcoat สุดท้าย เลือกสีตามมาตรฐานกีฬาหรือตามความต้องการ
  6. ตีเส้นสนามและส่งมอบงานตีเส้นสนามตามมาตรฐานกีฬาที่ต้องการ ด้วยสีเฉพาะทางทนทาน ตรวจสอบคุณภาพครบถ้วน ส่งมอบพร้อมเอกสารรับประกันผลงาน

ข้อดีและข้อควรทราบของระบบ PU Hardcourt

ข้อดี

  • ทนทานสูง รองรับการใช้งานหนักได้ดี
  • อายุการใช้งานยาวนาน 7–12 ปี
  • ลูกบอลกระดอนสม่ำเสมอ แม่นยำ
  • กันลื่นดีทั้งพื้นเปียกและแห้ง
  • ทนต่อแสง UV ไม่ซีดจางเร็ว
  • ใช้ได้ทั้งในร่มและกลางแจ้ง
  • ดูแลรักษาง่าย ทำความสะอาดได้ง่าย

ข้อควรทราบ

  • ราคาสูงกว่า Acrylic
  • ต้องใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญติดตั้ง
  • ต้องรอแห้งระหว่างชั้น (ใช้เวลามากกว่า)
  • ต้องเตรียมพื้นผิวอย่างดีก่อนติดตั้ง
  • รอ 5–7 วันก่อนใช้งานได้เต็มที่
  • ซ่อมแซมแบบเฉพาะจุดทำได้แต่ต้องระวังสีต่างเฉด

การดูแลรักษาพื้นสนาม PU Hardcourt

ดูแลรักษาถูกวิธี อายุการใช้งานสามารถยืดได้ถึง 12 ปีขึ้นไป:

การทำความสะอาดประจำวัน

กวาดฝุ่นและใบไม้ออกทุกวัน ล้างด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาทำความสะอาดที่ไม่มีกรดหรือด่างแก่ ไม่ใช้น้ำยาฟอกขาวหรือสารกัดกร่อน

การตรวจสอบประจำปี

ตรวจสอบรอยแตกร้าวเล็กน้อย รอยพอง หรือจุดที่เสียหายปีละ 1–2 ครั้ง ซ่อมแซมก่อนที่จะขยายใหญ่ขึ้น ช่วยประหยัดค่าซ่อมบำรุงระยะยาว

การต่ออายุผิวสนาม (Resurfacing)

เมื่อสนามใช้งานมา 5–7 ปี ควรทา Topcoat ใหม่เพื่อฟื้นฟูผิวสัมผัสและสีสัน ราคาถูกกว่าการทำใหม่ทั้งหมดมาก และช่วยยืดอายุสนามได้อีก 4–6 ปี

การตีเส้นใหม่

เส้นสนามจะซีดก่อนพื้นสนาม แนะนำตีเส้นใหม่ทุก 3–5 ปี หรือเมื่อเส้นซีดจนมองเห็นยาก ใช้สีเฉพาะทางที่ยึดเกาะกับ PU ได้ดีเท่านั้น

Q&A

คำถามที่พบบ่อย

PU Hardcourt ทาบนพื้นคอนกรีตเดิมที่แตกร้าวได้ไหม?
ได้ครับ แต่ต้องซ่อมแซมรอยแตกร้าวให้ดีก่อนด้วย PU Crack Filler คุณภาพสูง ถ้าพื้นรองรับมีปัญหาโครงสร้างหรือรอยแตกขนาดใหญ่ ทีมงานจะประเมินและแนะนำว่าควรซ่อมแซม หรือทุบแล้วเทใหม่จะคุ้มค่ากว่า
ใช้เวลาติดตั้งนานแค่ไหน?
สนามบาสเกตบอล 1 สนาม (420 ตร.ม.) ใช้เวลาประมาณ 5–10 วันทำการ ขึ้นอยู่กับระบบที่เลือก จำนวนชั้น และสภาพอากาศ หลังติดตั้งต้องรอ 5–7 วัน ก่อนใช้งานได้เต็มที่
ราคาพื้นสนาม PU Hardcourt อยู่ที่เท่าไหร่?
ราคาขึ้นอยู่กับระบบที่เลือก ขนาดสนาม และสภาพพื้นเดิม โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 400–1,200 บาท/ตร.ม. (Standard PU ถึง Multi-Layer Si-PU) ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ทาสีโลโก้หรือลวดลายเพิ่มเติมได้ไหม?
ได้ครับ สามารถพ่นโลโก้สโมสร ชื่อโรงเรียน หรือลวดลายตามต้องการบนพื้น PU ที่แห้งสนิทแล้ว โดยใช้สีเฉพาะทางที่ยึดเกาะกับ PU ได้ดี ทีม DMH Groups มีบริการออกแบบและพ่นโลโก้ครบวงจร
PU ทนความร้อนสูงของเมืองไทยได้ไหม?
ได้ครับ สูตร PU ที่ DMH Groups ใช้มีสาร UV Stabilizer และ Heat Resistance ที่ออกแบบมาสำหรับสภาพอากาศร้อนชื้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ ทนทานต่ออุณหภูมิสูงสุดของไทยโดยไม่เสียสภาพ

สนใจพื้นสนามกีฬา PU Hardcourt?

สำรวจหน้างาน + ประเมินราคา ฟรี ทั่วประเทศ — ติดตั้งโดยทีมช่างมืออาชีพ DMH Groups

×ภาพขยาย
สนามกีฬา PU Hardcourt โดย DMH Groups
เว็บในเครือ DMH GroupsDMH Groups (เว็บหลัก)DMH Sport Floor · สนามกีฬาผลงานติดตั้ง
Scroll to Top