การทำและทาสีสนามวอลเลย์บอลให้ได้มาตรฐานมีผลต่อการกันลื่น การลดแรงกระแทก และความปลอดภัยของผู้เล่น บทความนี้ DMH Groups สรุปครบทั้งขนาดมาตรฐานสนามวอลเลย์บอล ระบบพื้นที่ใช้ (PVC/PU/Acrylic) ขั้นตอนการปูและทาสี การตีเส้น ราคา และการดูแลรักษา

ขนาดมาตรฐาน FIVB
กันลื่นปลอดภัย
ลดแรงกระแทก
สีสดคมชัด
ตีเส้นแม่นยำ

สนามวอลเลย์บอลมีกี่ประเภท

สนามวอลเลย์บอลแบ่งตามลักษณะการใช้งาน ซึ่งเลือกระบบพื้นต่างกัน

  • สนามในร่ม (Indoor) — ใช้พื้น PVC Sport Flooring หรือระบบ PU ที่ลดแรงกระแทกและกันลื่น เหมาะกับโรงยิมและการแข่งขัน
  • สนามกลางแจ้ง (Outdoor) — ใช้ระบบอะครีลิกบนคอนกรีต ทนแดดทนฝน ดูแลง่าย
  • วอลเลย์บอลชายหาด — ใช้ทรายละเอียดตามมาตรฐาน มีลักษณะการเล่นเฉพาะ

ขนาดมาตรฐานสนามวอลเลย์บอล

ขนาดสนามวอลเลย์บอลเป็นมาตรฐานสากลตาม FIVB ใช้อ้างอิงในการปูพื้นและตีเส้น

รายการ ขนาดมาตรฐาน
ขนาดสนาม 18 × 9 ม.
เส้นรุก (Attack Line) ห่างเส้นแบ่งแดน 3 ม.
ความสูงตาข่าย (ชาย) 2.43 ม.
ความสูงตาข่าย (หญิง) 2.24 ม.
เขตปลอดภัยรอบสนาม อย่างน้อย 3 ม.
ความกว้างเส้น 5 ซม.

สำหรับสนามในร่มมาตรฐาน ควรมีความสูงเพดานเหนือสนามอย่างน้อย 7 เมตร เพื่อรองรับการเล่นลูกโด่ง

ระบบพื้นสนามวอลเลย์บอลที่ DMH Groups ติดตั้ง

PVC Sport Flooring

พื้นม้วน PVC มาตรฐานสากล ผิวกันลื่น ลดแรงกระแทก ติดตั้งเร็ว เหมาะกับสนามในร่มและการแข่งขัน

PU Polyurethane

โพลียูรีเทนยืดหยุ่นสูง ผิวต่อเนื่องไร้รอยต่อ รองรับแรงกระแทกดีเยี่ยม เหมาะกับสนามในร่มระดับสโมสร

Acrylic Hardcourt

ระบบอะครีลิกเคลือบบนคอนกรีต ทนแดดทนฝน กันลื่น เหมาะกับสนามกลางแจ้งที่ต้องการความถาวร

  • ในร่ม/แข่งขัน ติดตั้งเร็ว → PVC Sport Flooring
  • ในร่มระดับสโมสร → PU
  • กลางแจ้ง ถาวร → Acrylic Hardcourt

ขั้นตอนการทำสนามวอลเลย์บอล

01

เตรียมและตรวจพื้น

ทำความสะอาด ตรวจความชื้นและความเรียบ พื้นคอนกรีตใหม่ควรบ่มอย่างน้อย 28 วัน

02

ปรับระดับพื้น

อุดรอยร้าวและปรับพื้นให้ได้ระดับ เพื่อการเล่นและการวางพื้นที่สม่ำเสมอ

03

ปูพื้น/ลงรองพื้น

ปูพื้น PVC หรือลงไพรเมอร์สำหรับระบบ PU/อะครีลิกให้ยึดเกาะแน่น

04

ลงชั้นระบบสี

สำหรับระบบทาสี ลงชั้นปรับผิวและสีสนามให้กันลื่นและสีสม่ำเสมอ

05

เก็บงานผิวหน้า

ตรวจความเรียบ รอยต่อ และความกันลื่นให้ได้มาตรฐานก่อนตีเส้น

06

ตีเส้นสนาม

ตีเส้นตามมาตรฐาน FIVB กว้าง 5 ซม. เน้นเส้นรุกและเส้นแบ่งแดนให้ชัดเจน

เคล็ดลับ: เส้นรุก (เส้น 3 เมตร) เป็นเส้นสำคัญที่สุดของวอลเลย์บอล ควรตีเส้นให้แม่นยำและใช้สีตัดกับพื้นชัดเจน เพราะเกี่ยวข้องกับกติกาการรุก

ราคาทำสนามวอลเลย์บอล

ระบบ ความเหมาะสม ราคาประเมิน
PVC Sport Flooring ในร่ม ติดตั้งเร็ว ~500–1,200 บาท/ตร.ม.
Acrylic Hardcourt กลางแจ้ง ถาวร ~250–400 บาท/ตร.ม.
PU Polyurethane ในร่มระดับสโมสร ประเมินตามหน้างาน

การดูแลรักษาสนามวอลเลย์บอล

พื้น PVC และ PU ควรเช็ดทำความสะอาดสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงของมีคมและความร้อนสูง ส่วนพื้นอะครีลิกกลางแจ้งควรกวาดฝุ่นและล้างคราบ ตรวจรอยแตกและรอยต่อเป็นระยะ หากดูแลดีพื้นสนามจะกันลื่นและใช้งานได้ยาวนานหลายปี

ปรึกษาการทำสนามวอลเลย์บอลฟรีDMH Groups รับปูพื้น–ทาสี–ตีเส้นสนามวอลเลย์บอลมาตรฐาน FIVB ทั้งในร่มและกลางแจ้ง ประเมินหน้างานฟรีทั่วประเทศ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสนามวอลเลย์บอล (FAQ)

สนามวอลเลย์บอลมาตรฐานขนาดเท่าไหร่

สนามวอลเลย์บอลมาตรฐาน FIVB มีขนาด 18 × 9 เมตร มีเส้นรุก (Attack Line) ห่างจากเส้นแบ่งแดน 3 เมตร ตาข่ายสูง 2.43 เมตร (ชาย) และ 2.24 เมตร (หญิง)

สนามวอลเลย์บอลควรใช้พื้นแบบไหน

สนามในร่มนิยมพื้น PVC Sport Flooring หรือระบบ PU ที่ลดแรงกระแทกและกันลื่น ส่วนสนามกลางแจ้งใช้ระบบอะครีลิกบนคอนกรีต ทนแดดทนฝน ส่วนวอลเลย์ชายหาดใช้ทราย

ทำสนามวอลเลย์บอลราคาเท่าไหร่

ราคาขึ้นกับระบบพื้น พื้น PVC เริ่มประมาณ 500–1,200 บาท/ตร.ม. ระบบอะครีลิกกลางแจ้งประมาณ 250–400 บาท/ตร.ม. ส่วน PU ประเมินตามความหนาและหน้างาน

สนามวอลเลย์บอลต้องเผื่อพื้นที่รอบเท่าไหร่

ควรเผื่อเขตปลอดภัย (Free Zone) รอบสนามอย่างน้อย 3 เมตร และความสูงเพดานเหนือสนามอย่างน้อย 7 เมตรสำหรับสนามในร่มมาตรฐาน

เส้นสนามวอลเลย์บอลกว้างเท่าไหร่

เส้นสนามวอลเลย์บอลมาตรฐานกว้าง 5 เซนติเมตร ใช้สีที่ตัดกับพื้นสนามชัดเจน โดยเฉพาะเส้นรุกและเส้นแบ่งแดน