ทาสีสนามกีฬาด้วยระบบ PU Sport Rubber

หน้าหลัก / บริการ / PU Sport Rubber พื้นสนามกีฬาพียู
หมวด : สนามกีฬาระบบ : PU Sport Rubberกลางแจ้ง / ในร่ม

PU Sport Rubber พื้นสนามกีฬาพียู

พื้นสนามกีฬายางสังเคราะห์ระบบ PU ยืดหยุ่นสูง ดูดซับแรงกระแทกดี ลดการบาดเจ็บ เหมาะกับสนามอเนกประสงค์และสนามกีฬากลางแจ้ง

  • ยืดหยุ่นสูง ลดแรงกระแทก
  • ปลอดภัยเมื่อล้ม กันลื่น
  • ทนแดด UV ไม่ซีด ไม่แตกร้าว
  • ทนสารเคมี กันน้ำ ดูแลง่าย

PU Sport Rubber คืออะไร?

PU Sport Rubber คือ ระบบพื้นสนามกีฬาที่นำ Polyurethane (PU) มาผสมกับยางสังเคราะห์ (Rubber) เพื่อสร้างพื้นผิวที่มีความยืดหยุ่นสูงกว่า PU Hardcourt ทั่วไป รองรับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม เหมาะกับกิจกรรมที่ต้องการความปลอดภัยสูงและการเคลื่อนไหวที่หลากหลาย

ความแตกต่างหลักระหว่าง PU Sport Rubber กับ PU Hardcourt คือ ส่วนผสมของยางสังเคราะห์ ที่เพิ่มเข้ามา ทำให้พื้นมีความนุ่มและยืดหยุ่นมากขึ้น ดูดซับแรงกระแทกจากการวิ่ง กระโดด และล้มได้ดีกว่า เหมาะสำหรับกีฬาที่ต้องการ Cushion สูง เช่น สนามฟันดาบ ยิม สนามเด็กเล่น และลู่วิ่งในร่ม

DMH Groups ให้บริการติดตั้ง PU Sport Rubber ทั้งในร่มและกลางแจ้ง ด้วยความหนาตั้งแต่ 3–15 มิลลิเมตร ขึ้นอยู่กับประเภทกีฬาและระดับความปลอดภัยที่ต้องการ มีสีให้เลือกหลากหลายพร้อมทำเส้นสนามมาตรฐาน

PU Sport Rubber ต่างจาก PU Hardcourt อย่างไร?

ทั้งสองระบบใช้ Polyurethane เป็นฐาน แต่มีจุดเด่นต่างกันชัดเจน ขึ้นอยู่กับว่าต้องการ “ความเร็วและความแข็ง” หรือ “ความนุ่มและความปลอดภัย”:

รายการPU Sport RubberPU Hardcourt
ส่วนผสมหลักPU + ยางสังเคราะห์PU ล้วน
ความนุ่ม/ยืดหยุ่นสูงมากปานกลาง
ลดแรงกระแทกดีเยี่ยมดี
ความเร็วผิวสนามช้ากว่า (Slow-Medium)เร็วกว่า (Medium-Fast)
ความหนาที่แนะนำ3–15 มม.2–10 มม.
เหมาะกับฟิตเนส ยิม ลู่วิ่ง สนามเด็กเล่นเทนนิส บาสเกตบอล สนามแข่งขัน
ราคาใกล้เคียงกันใกล้เคียงกัน

กฎง่ายๆ ในการเลือก: ถ้าต้องการ ความปลอดภัยสูงสุดและการดูดซับแรงกระแทก → PU Sport Rubber | ถ้าต้องการ ผิวสนามแข็งและเร็วสำหรับกีฬาแข่งขัน → PU Hardcourt

คุณสมบัติเด่นของ PU Sport Rubber

ยืดหยุ่นสูง ลดแรงกระแทก

ยางสังเคราะห์ในสูตรช่วยดูดซับแรงกระแทกได้สูงสุดในบรรดาระบบพื้นสนามกีฬา ลดความเครียดที่ข้อเข่า ข้อเท้า และกระดูกสันหลัง เหมาะสำหรับนักกีฬาที่ฝึกซ้อมหนักทุกวัน

ปลอดภัยเมื่อล้ม กันลื่น

พื้นนุ่มช่วยลดการบาดเจ็บเมื่อนักกีฬาล้มหรือลื่น ผิวสัมผัสที่ออกแบบมาเป็นพิเศษให้แรงเสียดทานที่เหมาะสมทั้งพื้นแห้งและเปียก เหมาะกับสนามเด็กเล่นและฟิตเนส

ทนแดด UV ไม่ซีด ไม่แตกร้าว

สูตร PU Rubber ทนต่อรังสี UV และความร้อนสูงของประเทศไทย สีสนามคงทนสดใสตลอดอายุการใช้งาน 8–12 ปี ไม่แตกร้าวหรือลอกเป็นชิ้นเหมือนพื้นยางราคาถูก

ทนสารเคมี กันน้ำ ดูแลง่าย

ทนต่อสารเคมีทั่วไปและตัวทำละลาย กันน้ำซึม ทำความสะอาดง่ายด้วยน้ำและน้ำยาทั่วไป ไม่มีรอยต่อที่ฝุ่นสะสม เหมาะสำหรับสนามที่ต้องทำความสะอาดบ่อยๆ

ปรับความหนาได้ตามการใช้งาน

เลือกความหนาได้ตั้งแต่ 3 มม. (สนามทั่วไป) ถึง 15 มม. (สนามเด็กเล่น/ฟิตเนสที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุด) ทีม DMH Groups จะแนะนำความหนาที่เหมาะสมตามการใช้งานจริง

เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ยางสังเคราะห์ที่ใช้ในระบบ PU Sport Rubber บางส่วนมาจากการรีไซเคิลยางรถยนต์ (SBR Recycle) ช่วยลดขยะและคาร์บอนฟุตพรินท์ในกระบวนการผลิต

พื้นสนามฟันดาบระบบ PU Sport Rubber ยืดหยุ่นสูง ปลอดภัย

เลือกความหนา PU Sport Rubber ให้เหมาะกับการใช้งาน

ความหนาเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกระบบ PU Sport Rubber เพราะส่งผลโดยตรงต่อระดับความปลอดภัยและงบประมาณ:

ความหนาการใช้งานที่เหมาะสมตัวอย่างพื้นที่
3–5 มม.งานเบา ฝึกซ้อมทั่วไปสนามอเนกประสงค์ ลานออกกำลังกาย
5–8 มม.งานกลาง กีฬาที่มีการกระโดดสนามบาสเกตบอล วอลเลย์บอล ฟุตซอล
8–12 มม.งานหนัก กีฬาที่ต้องการ Cushion สูงสนามฟันดาบ ยิม ฟิตเนส ลู่วิ่งในร่ม
12–15 มม.ความปลอดภัยสูงสุดสนามเด็กเล่น สนามกายกรรม สนามยูโด

เคล็ดลับ: สนามเด็กเล่นตามมาตรฐานสากล EN 1177 กำหนดให้พื้นรองรับต้องมีความหนาเพียงพอสำหรับ Critical Fall Height (CFH) ที่ระบุ ทีม DMH Groups จะคำนวณความหนาที่เหมาะสมตามอุปกรณ์เล่นที่ติดตั้งให้โดยเฉพาะ

สนามกีฬาและพื้นที่ที่เหมาะกับ PU Sport Rubber

ลู่วิ่งในร่มและสนามกรีฑา

PU Sport Rubber ใช้กันแพร่หลายในลู่วิ่งในร่ม (Indoor Track) ที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัย ความยืดหยุ่นสูงช่วยให้นักวิ่งฝึกซ้อมได้นานขึ้นโดยไม่เมื่อยเท้าหรือบาดเจ็บสะสม ผิวสัมผัสที่เหมาะสมให้แรงยึดเกาะดีกับรองเท้าวิ่งทุกประเภท

สนามฟันดาบและกีฬาศิลปะการต่อสู้

สนามฟันดาบ ยูโด มวยไทย และกีฬาศิลปะการต่อสู้ต้องการพื้นที่ดูดซับแรงกระแทกสูงมากเพื่อป้องกันการบาดเจ็บเมื่อล้ม PU Sport Rubber ความหนา 8–12 มม. ให้ระดับ Cushion ที่เหมาะสม ไม่นุ่มจนสูญเสียการทรงตัว แต่นุ่มพอที่จะลดแรงกระแทกเมื่อลงพื้น

ฟิตเนส ยิม และห้องออกกำลังกาย

พื้น PU Sport Rubber ในฟิตเนสและยิมช่วยลดแรงกระแทกจากการวางน้ำหนักและอุปกรณ์ ทนต่อน้ำหนักอุปกรณ์กีฬา ไม่เกิดรอยกดทับถาวร ดูดซับเสียงรบกวนได้ดี เหมาะสำหรับห้องออกกำลังกายในอาคาร คอนโด และโรงแรม

สนามเด็กเล่น (Playground)

PU Sport Rubber ความหนา 12–15 มม. เป็นวัสดุมาตรฐานสำหรับพื้นใต้เครื่องเล่นเด็ก ผ่านมาตรฐาน EN 1177 (Impact Attenuation) ปลอดสารพิษ ไม่มีรอยต่อที่เด็กอาจสะดุด ดูแลรักษาง่าย และทนทานต่อแสงแดดและฝนในไทย

สนามบาสเกตบอล วอลเลย์บอล และฟุตซอล

สำหรับสนามกีฬาที่ต้องการทั้งความปลอดภัยและความเร็วของลูก ความหนา 5–8 มม. ให้สมดุลที่ดีระหว่างการดูดซับแรงกระแทกและผิวสัมผัสที่ตอบสนองดี เหมาะกับสนามกีฬาของโรงเรียน ชุมชน และหมู่บ้านที่ใช้งานหลากหลาย

สนามอเนกประสงค์และลานกิจกรรม

รองรับทั้งกิจกรรมกีฬาและกิจกรรมอื่นๆ ทนทานต่อการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นตลาดนัด งานประชุม หรือพิธีกรรมต่างๆ ทำความสะอาดง่าย ไม่สะสมคราบสกปรก

โครงสร้างระบบพื้น PU Sport Rubber (Layer by Layer)

ระบบ PU Sport Rubber ที่ได้มาตรฐานประกอบด้วยชั้นที่ทำงานร่วมกัน โดยแต่ละชั้นถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มทั้งความปลอดภัยและความทนทาน:

PU Primer — ชั้นรองพื้นยึดเกาะ

ซึมเข้าพื้นคอนกรีตหรือยางมะตอย ปิดรูพรุน เพิ่มแรงยึดเกาะระหว่างพื้นรองรับกับชั้น PU Rubber ถัดไป ป้องกันความชื้นจากด้านล่างที่อาจทำให้พื้นพอง

Rubber Base Layer — ชั้นยางรองรับแรงกระแทก

ชั้นยางสังเคราะห์ (SBR หรือ EPDM) ผสม PU Binder เป็นชั้นหลักที่กำหนดระดับความนุ่มและการดูดซับแรงกระแทก ความหนาของชั้นนี้ขึ้นอยู่กับการใช้งานที่เลือก (3–12 มม.)

PU Sealer — ชั้นปิดผิวยาง

เคลือบชั้นยางด้านบนเพื่อปิดรูพรุนและเพิ่มความแน่นของโครงสร้าง เตรียมพื้นผิวให้เรียบสม่ำเสมอก่อนลงสีและชั้น Texture Coat ถัดไป

PU Texture Coat — ชั้นผิวสัมผัสกันลื่น

ผสมสารเพิ่มแรงเสียดทาน (Anti-Slip Aggregate) ให้ผิวสัมผัสที่กันลื่นในระดับที่เหมาะสมกับประเภทกีฬา ไม่ลื่นเกินไปจนหยุดยาก และไม่ฝืดเกินไปจนเสี่ยงบาดเจ็บ

Color Coat + UV Topcoat + Line Marking

ทาสีพื้นสนามตามต้องการ เคลือบด้วย UV Topcoat กันสีซีดและกันน้ำ จากนั้นตีเส้นสนามอย่างแม่นยำตามมาตรฐานกีฬาแต่ละประเภท

ขั้นตอนการติดตั้งพื้นสนาม PU Sport Rubber

การติดตั้ง PU Sport Rubber ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะในขั้นตอนการผสมวัสดุและการควบคุมความหนาให้สม่ำเสมอ ทีม DMH Groups ดำเนินงานตามขั้นตอนมาตรฐานดังนี้:

  1. สำรวจพื้นที่และออกแบบวัดขนาดพื้นที่ ตรวจสอบสภาพพื้นรองรับ ระดับความเรียบ และความชื้น เสนอระบบที่เหมาะสม ความหนา และสีสนามตามการใช้งาน คำนวณงบประมาณอย่างละเอียด
  2. เตรียมพื้นผิวรองรับขัดพื้นด้วยเครื่อง Grinder กำจัดคราบน้ำมัน ฝุ่น และสิ่งสกปรก ซ่อมรอยแตกร้าวด้วย PU Filler ปรับระดับพื้นที่ไม่ได้ระดับ รอให้แห้งสนิทก่อนเริ่มลงวัสดุ
  3. ทา PU Primerทา Primer ให้ทั่วพื้นที่ 1–2 ชั้น รอแห้งก่อนลงชั้นถัดไป ขั้นนี้กำหนดความทนทานของระบบทั้งหมด หากข้ามขั้นตอนนี้หรือทำไม่ถูกต้อง พื้นจะพองและหลุดลอกก่อนกำหนด
  4. ลงชั้นยาง (Rubber Base)ผสม Rubber Granule กับ PU Binder ในสัดส่วนที่กำหนด เทและปาดให้ได้ความหนาสม่ำเสมอตลอดพื้นที่ ใช้เครื่องกดอัด (Roller) เพื่อให้ยางแน่นและผิวเรียบ รอแห้ง 12–24 ชั่วโมง
  5. ลง PU Sealer และ Texture Coatเคลือบ Sealer ปิดผิวยาง จากนั้นลง Texture Coat ผสมสารกันลื่น รอแห้งระหว่างชั้น ทุกขั้นตอนต้องทำในสภาพอากาศที่เหมาะสม อุณหภูมิ 15–35°C ความชื้นไม่เกิน 85%
  6. ทาสี + UV Topcoat + ตีเส้นสนามทาสีพื้นสนาม 2 ชั้น เคลือบ UV Topcoat ป้องกันสีซีด ตีเส้นสนามตามมาตรฐานกีฬาที่ต้องการ ตรวจสอบคุณภาพครบถ้วนก่อนส่งมอบพร้อมใบรับประกัน

ข้อดีและข้อควรทราบของ PU Sport Rubber

ข้อดี

  • ดูดซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยม
  • ปลอดภัยเมื่อล้มหรือลื่น
  • อายุการใช้งาน 8–12 ปี
  • ทนแดด UV ไม่ซีดง่าย
  • ทำความสะอาดง่าย ไม่มีรอยต่อ
  • ปรับความหนาได้ตามการใช้งาน
  • เลือกสีได้หลากหลาย

ข้อควรทราบ

  • ราคาสูงกว่าพื้นอะคริลิกทั่วไป
  • ต้องใช้ช่างผู้เชี่ยวชาญติดตั้ง
  • รอแห้งระหว่างชั้น ใช้เวลามากกว่า
  • รอ 5–7 วันก่อนใช้งานเต็มที่
  • ต้องเตรียมพื้นผิวรองรับอย่างดี
  • การซ่อมแซมเฉพาะจุดอาจเห็นรอยสีต่างเฉด

PU Sport Rubber เหมาะสำหรับใคร?

โรงเรียนและมหาวิทยาลัย

สนามอเนกประสงค์ สนามกีฬาในร่ม และลู่วิ่งที่ต้องรองรับนักเรียนนักศึกษาใช้งานหนักทุกวัน PU Sport Rubber ให้ทั้งความปลอดภัยและความทนทานระยะยาว

หน่วยงานราชการและสนามกีฬาชุมชน

สนามที่ต้องรองรับประชาชนทุกเพศทุกวัย ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญสูงสุด PU Sport Rubber ลดความเสี่ยงการบาดเจ็บจากการใช้งานที่หลากหลาย

หมู่บ้าน คอนโด และโครงการที่พักอาศัย

สนามกีฬาและสนามเด็กเล่นที่ต้องการทั้งความสวยงามและความปลอดภัย เพิ่มมูลค่าโครงการและความพึงพอใจของผู้อยู่อาศัย

ฟิตเนส ยิม และสถานประกอบการ

ลดแรงกระแทกและเสียงรบกวนในยิมและฟิตเนส ทนต่ออุปกรณ์หนัก ดูแลรักษาง่าย เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการความสะอาดและความเป็นมืออาชีพ

สโมสรกีฬาและศูนย์ฝึกอาชีพ

สนามฝึกซ้อมที่ใช้งานทุกวันอย่างต่อเนื่อง ต้องการวัสดุที่ทั้งคงทนและดูแลนักกีฬา PU Sport Rubber เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว

Q&A

คำถามที่พบบ่อย

PU Sport Rubber กับยางแผ่นสำเร็จรูปต่างกันอย่างไร?
PU Sport Rubber เทหน้างานเป็นระบบต่อเนื่องไร้รอยต่อ ทนทานและยึดเกาะกับพื้นรองรับได้แน่นกว่า อายุการใช้งานยาวนานกว่า ส่วน ยางแผ่นสำเร็จรูป (Rubber Tile/Roll) ติดตั้งง่ายและเร็วกว่า แต่มีรอยต่อ ยกหรือโก่งได้ง่ายกว่า เหมาะงานชั่วคราวหรืองบประมาณจำกัด
สามารถติดตั้งบนพื้นไม้หรือพื้นกระเบื้องได้ไหม?
โดยทั่วไปแนะนำให้ติดตั้งบนคอนกรีตหรือยางมะตอยที่มั่นคง พื้นไม้และกระเบื้องอาจใช้ได้ในบางกรณี แต่ต้องประเมินความแข็งแรงและการยึดเกาะก่อน ทีม DMH Groups จะสำรวจพื้นรองรับก่อนให้คำแนะนำที่ถูกต้อง
ราคา PU Sport Rubber อยู่ที่เท่าไหร่?
ราคาขึ้นอยู่กับความหนา ขนาดพื้นที่ และสภาพพื้นรองรับ โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 350–1,500 บาท/ตร.ม. (ความหนา 3 มม. ถึง 15 มม.) ติดต่อรับใบเสนอราคาฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
PU Sport Rubber ทาใต้อุปกรณ์เล่นเด็กได้ไหม?
ได้ครับ PU Sport Rubber ความหนา 12–15 มม. เหมาะสำหรับพื้นใต้เครื่องเล่นเด็กตามมาตรฐาน EN 1177 ทีม DMH Groups จะคำนวณ Critical Fall Height (CFH) จากความสูงสูงสุดของอุปกรณ์เพื่อกำหนดความหนาที่เหมาะสม
ใช้เวลาติดตั้งและรอแห้งนานแค่ไหน?
สนามขนาด 400–600 ตร.ม. ใช้เวลาติดตั้งประมาณ 5–10 วัน ขึ้นอยู่กับความหนาและสภาพอากาศ หลังติดตั้งต้องรอ 5–7 วัน ก่อนเดินได้ และ 14 วัน ก่อนใช้งานกีฬาเต็มประสิทธิภาพ
Portfolio

ผลงานตัวอย่าง

ผลงานติดตั้งจริงบางส่วนโดยทีมช่าง DMH Groups

Blog

บทความที่เกี่ยวข้อง

สนใจพื้นสนามกีฬา PU Sport Rubber?

สำรวจหน้างาน + ประเมินราคา ฟรี ทั่วประเทศ — โดยทีมช่างมืออาชีพ DMH Groups

×ภาพขยาย
เว็บในเครือ DMH GroupsDMH Groups (เว็บหลัก)DMH Sport Floor · สนามกีฬาผลงานติดตั้ง
Scroll to Top